3. ท่าศรีษะอาสนะ

ประโยชน์ :

3.1.     ส่วนที่สำคัญที่สุดของร่างกายของเราก็คือสมอง เป็นศูนย์รวมอันสำคัญของความรู้สึกต่าง ๆ เป็นศูนย์รวมแห่งการสั่งงาน และการแสดงออกด้วยประการต่าง ๆ สติปัญญาความสามารถของคนเรานั้นอยู่ที่สมอง ความสามารถในการเห็น การได้ยิน และอวัยวะเพทนาการอื่น ๆ ระบบประสาท อำนาจบังคับแขนขาให้เคลื่อนไหว อำนาจบังคับอวัยวะเพศ ตลอดจนถึงการสืบพันธุ์ ฯลฯ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่ในศูนย์รวมประสาท ซึ่งอยู่ภายในศรีษะของเราทั้งสิ้น... โรคเกี่ยวกับระบบประสาทต่าง ๆ เกิดขึ้นเพราะสมองได้รับการหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ เบื้องต้นที่สุดเราจะรู้สึกมีอาการเหนื่อย ต่อมาก็ความจำไม่ค่อยดี ต่อไปมือเริ่มสั่น สายตาไม่ค่อยดี หูตึง อวัยวะส่วนอื่น ๆ เฉื่อยชาไปหมด เกิดอาการไม่ปกติเกี่ยวแก่ระบบประสาท และเส้นโลหิต ประสาทอ่อนเพลีย ฮีสทีเรีย จิตใจสลดหดหู่ และโรคหวาดระแวงต่าง ๆ อีกมากมาย การบริหารร่างกายด้วยท่าศรีษะอาสนะจะขจัดอาการเหล่านี้ให้หายได้เหมือนปาฏิหาริย์ สายตาจะดีขึ้น ประสาทหูเฉียบคมขึ้น อาการไม่ปกติต่าง ๆ เกี่ยวกับประสาทจะหายไป อาการนอนไม่หลับก็จะดีขึ้น
3.2.     สำหรับผู้หญิง ท่านี้ช่วยขจัดฝ้าที่ใบหน้าได้อย่างมหัศจรรย์ เพราะโลหิตที่พรูมาเลี้ยงหน้าจะช่วยทำให้เซลล์ที่เหี่ยวแห้งได้เซลล์ใหม่เกิดขึ้นมาแทนที่ พร้อมด้วยโลหิตหล่อเลี้ยงมากขึ้น โรคเกี่ยวกับตา หู จมูก ไซนัส ก็จะค่อยทุเลาลง เมื่อได้บริหารท่าศรีษะอาสนะนี้ทุกวัน



4. ท่ายืนด้วยไหล่

ประโยชน์ :

4.1.     ทำให้หัวใจได้พักผ่อน เนื่องจากการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะที่ไปเลี้ยงสมองจะง่ายขึ้น
4.2.     ทำให้เลือดจากอวัยวะต่าง ๆ ไหลกลับมาสู่หัวใจมากขึ้น เช่น อวัยวะจากช่องท้อง ทรวงอก
4.3.     ทำให้เลือดไปเลี้ยงต่อมไทรอยด์ ทอนซิล ปอดและหู ทำให้หูได้ยินชัดเจนดี ทำให้ตาดีเป็นประกายสดใสมากขึ้น